
วันนี้พักเรื่องคอมพิวเตอร์มาพูดเรื่องของมือถือกันบ้าง โดยปกติแล้วผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบท่องเว็บผ่านมือถือบ่อยนัก เนื่องด้วยสายตาที่ว่ากันไปตามอายุอานามไอ้จะมานั่งเพ่งหรือซูมตัวหนังสือให้ใหญ่ก็อายคนรอบๆข้างจะรู้ว่าเราแก่(ถึงแม้จริงๆเค้าดูแค่หน้าก็รู้ 555)
กับอีกอย่างคือปัญหาโฆษณา ซึ่งในคอมพิวเตอร์ผมใช้ Extension AdGuard AdBlocker ซึ่งใช้ดีมาก นอกจากจะ block พวกโฆษณาที่ชอบเด้งขึ้นมากวนแล้วยัง block โฆษณาใน Youtube ด้วย แต่พอมาเป็น Chrome ในมือถือที่ผมตั้งเป็น Browser หลัก มันไม่มีช่องทางให้ติดตั้ง Extensions เลยนี่สิ ไอ้ที่ติดตั้งได้อย่าง Edge เราก็ไม่ค่อยชอบใช้ซะด้วยเลยทำใจไปเพราะก็ไม่ค่อยได้ท่องเว็บอยู่แล้วยกเว้นใตรส่ง link อะไรมาก็ต้องเปิดเข้าไปอ่านบ้างนานๆที
วันนี้ไม่ได้อยู่หน้าเครื่องภอมพิวเตอร์แต่ดันอยากจะติดตามข่าวน้ำท่วม กทม ซะหน่อย ถึงแม้เราจะกลับมาอยู่นครฯแล้วแต่ก็มีเพื่อนอยู่แถวโน้นเยอะ ความหงุดหงิดจึงเกิดขึ้นทันทีที่เข้าไปอ่านข่าว โอ้โห! พ่อเจ้าพระคุณจะโฆษณาอะไรกันนักหนา มันมากกว่าเนื้อข่าวซะอีก จิ้มผิดจิ้มถูกมันก็พาไปหน้าอื่นซะอีก
เลยนึกถึงเพื่อนเก่าอย่าง AdGuard AdBlocker ขึ้นมา ลองเข้าไปค้นข้อมูลจนได้รู้ว่าเค้าใจดีมี DNS ฟรีให้บริการอยู่เพื่อแก้ปัญหาเจ้าโฆษณากวนใจพวกนี้ได้โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม เรามาดูวิธีใช้กันเลยครับ
ขั้นแรกให้เราไปที่หน้า Settings ในมือถือ แล้วพิมพ์ค้นคำว่า DNS => เลือก Private DNS
พิมพ์ dns.adguard-dns.com แล้วกด save
จะเห็นว่ามีเครื่องหมายถูกที่ Private DNS provider hostname พร้อมชื่อที่เราพืมพ์ไปเมื่อสักครู่แล้ว ให้ออกจากหน้านี้ได้เลย หลังจากนี้เราก็ท่องเว็บแบบสบายใจไม่มีโฆษณาใดๆมารบกวนอีกแล้วครับ
เท่าที่ผมทดสอบดู นอกจากเราเข้าเว็บโดยไม่มีโฆษณากวนใจแล้วเรายังสามารถดู Youtube โดยไม่มีโฆษณากวนเหมือนวิธีติดตั้งบน Chrome ของ PC เลย และที่สำคัญ….. สามารถเข้าบางเว็บที่มีการ Block โดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเช่นจำพวก 18+ ได้โดยปริยาย
สำหรับใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัย ผมรับประกันว่าวิธีนี้ปลอดภัยแน่นอนครับ เพราะเราแค่อาศัยใช้ DNS ของเค้าในการนำทางไปเท่านั้นเอง ในเรื่องของการทำงานลึกๆไว้จะมาเขียนเป็นบทความแยกอีกที เอาเป็นว่าเบื้องต้นการันตีความปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์
ส่วนใครที่เข้าใจหลักการทำงานแล้วเลยไม่กังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ไปกังวลในมุมของความเป็นส่วนตัวมากกว่า ไม่ต้องกังวลนะครับเพราะเบื้องหลังของ DNS เค้าใช้การทำงานแบบ DNS-over-TLS อยู้แล้วครับ
